วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

8  วิธีออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความสดชื่น



         การออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่ายแล้ว ยังช่วยให้เราสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ไม่อ่อนเพลียหรือเหนื่อยง่าย หากคุณกำลังรู้สึกเมื่อยล้า อ่อนเพลีย ไม่สดชื่นเรามีวิธีออกกำลังกาย 8 ประเภท ที่จะช่วยให้ร่างกายมีพลังและมีชีวิตชีวามากขึ้น


1. เดินเร็ว การเดินเร็วจะช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจให้ดีขึ้น ขณะที่เดิน หลัง สะโพก และต้นขา ต้องอยู่ในแนวเดียวกันเป็นเส้นตรง และอย่าลืมแกว่งแขวนให้แรงเพื่อช่วยให้ร่างกายส่วนบนได้เคลื่อนไหวด้วย และควรเดินให้ต่อเนื่องอย่างน้อยวันละ 30 นาที 


2. ว่ายน้ำ เป็นการออกกำลังกายที่ร่างกายทุกส่วนได้เคลื่อนไหว และยังเหมาะกับผู่ที่มีน้ำหนักเกินหรือผู้สูงอายุ เพราะน้ำจะช่วยในการพยุงตัวและไม่ก่อให้เกิดแรงกระแทกมากนักเมื่อเทียบกับกีฬาชนิดอื่น นอกจากนี้ อากาศร้อนๆ แบบบ้านเรา ได้กระโดดลงน้ำเพื่อออกกำลังกาย ยังนับว่าได้เพิ่มความเย็นสดชื่นให้ร่างกายได้แน่นอน


3. การยืดเส้นท่านั่งวีระ (Virasana) 

3.1. คุกเข่าลง ก้นแนบพื้น สะโพกจะอยู่ระหว่างเท้าทั้ง 2 ข้าง ให้คอและกระดูกสันหลังเป็นเส้นตรงตั้งฉากกับพื้น 

3.2. ยกแขนขึ้นมาระดับไหล่ ประสานมือเข้าหากัน จากนั้นหมุนข้อมือ หันฝ่ามือออก ค่อยๆยกแขนขึ้นด้านบนศีรษะ จากนั้แอ่นอกขึ้น อย่าเกร็งคอ มองตรงไปข้างหน้า อย่าให้ตัวเอียง หายใจเข้าออกช้าๆ 1 นาที หรือเท่าที่จะทำได้ แต่ไม่เกิน 5 นาที 

3.3. ยกแขนลงข้างลำตัวช้าๆ วางฝ่ามือบนพื้น ลุกขึ้นยืนโดยชันเข่าขึ้น 1 ข้าง วางมือบนเข่า แล้วค่อยเหยียดตัวลุกขึ้นมา 
หมายเหตุ หากผู้ที่มีปัญหาที่หลังและเข่า ควรนั่งทำท่านั่งนี้กับเก้าอี้แทน ไม่ควรนั่งทำกับพื้นโดยเด็ดขาด



4. โยคะท่าสุนัขก้มหน้า 

4.1. ยืนกางขาออกเท่าสะโพก ตั้งตัวตรง ศีรษะและหลังเป็นเส้นตรง ค่อยๆโน้มเอวลงมาด้านหน้าจนกว่าฝ่ามือจะแตะพื้น หากทำไม่ได้ให้งอเข่าช่วยได้ 

4.2. วางเท้าขวาไปด้านหลังห่างจากฝ่ามือประมาณ 4 ฟุต จากนั้นค่อยๆวางเท้าซ้ายตาม ตอนนี้จะเหมือนเราทำท่าโก้งโค้งเป็นรูปตัว V คว่ำ โดยสะโพกจะยกสูง และส้นเท้าติดพื้น 

4.3. หายใจเข้าออกช้าๆ ค้างท่านี้ไว้สักครู่ ระหว่างทำท่านี้ หลัง คอ และแขนต้องตรง ส้นเท้าติดพื้น จากนั้นค่อยเคลื่อนเท้าขวามาชิดมือขวา เคลื่อนเท้าซ้ายตามมา แล้วค่อยๆ ยืนขึ้นช้าๆ
หมายเหตุ ท่านี้ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีอาการปวดหัวเป็นประจำ และหญิงตั้งครรภ์



5. ชี่กง การออกกำลังกายนี้เน้นการเคลื่อนไหวช้าและการกำหนดลมหายใจ เตรียมท่าโดย แขนเกร็งเล็กน้อย ยืนแยกเท้า ส้นติดพื้น ย่อเข่า เกร็งก้น แขนวางข้างลำตัว หายใจเข้าออกลกๆ ตลอดการออกกำลังกาย

5.1. ยกแขนขึ้นช้าๆ มาด้านหน้าระดับหัวไหล่ เหยียดแขนตึง หันฝ่ามือเข้าหากัน จินตนาการว่าเรากำลังถือลูกบอลขนาดใหญ่อยู่ในมือ 

5.2. งอข้อศอก เคลื่อนลูกบอลมาใกล้ๆตัว จากนั้นค่อยๆ หมุนข้อมือผลักลูกบอลออกไปช้าๆ จนแขนเหยียดตึงอีกครั้ง 

5.3. ก้าวเท้าซ้ายออกไป งอเข่าเล็กน้อย กางแขนขึ้นข้างลำตัวระดับไหล่จะเป็นรูปตัว T วางแขนลงข้างลำตัว 

5.4. ยกแขนขึ้นมาด้านหน้าและถือลูกบอลอีกครั้ง ยกลูกบอลขึ้นไปด้านบนศีรษะ และปล่อยลูกบอลลอยออกไป ค่อยๆวางแขนลงข้างลำตัวช้าๆ ทำเช่นนี้อีกครั้งแต่เปลี่ยนมาก้าวเท้าขวาแทน

6. กระโดดเชือก เริ่มจากกระโดดเชือกให้ได้ 30 ครั้ง เมื่อกระโดดเสร็จแล้ว ให้ยืนนิ่งๆ และหายใจเข้าออกลึกๆ ช้าๆ นับเป็น 1 เซ็ต ทำทั้งหมด 3 เซ็ต หากใครไม่มีเชือก ก็กระโดดอยู่กับที่ได้เช่นกัน


7. วิดพื้น เริ่มจากนอนคว่ำลงกับพื้น วางฝ่ามือแนบพื้น ยกไหล่ขึ้น เกร็งหน้าท้อง ขา สะโพก และหลังเหยียดตรง ตามองลงที่พื้น เวลายกตัวขึ้นให้เข่าลอยจากพื้น หายใจออกเมื่อยกตัวขึ้น และหายใจเข้าเมื่อย่อตัวลง วิดพื้น 10 ครั้ง พัก 1 นาที นับเป็น 1 เซ็ต ทำทั้งหมด 3 เซ็ต


8. เต้น เป็นการออกกำลังกายที่ง่ายมาก เพียงแค่หาเพลงสนุกๆ ที่ตัวเองชอบ ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามเสียงเพลง แล้วโยกย้ายส่ายสะโพกตามใจชอบ เต้นอย่างน้อยวันละ 30 นาที แค่นี้ร่างกายก็สดชื่นแล้ว

          หลังจากได้ออกกำลังกายจนได้เหงื่อกันไปแล้ว อย่าลืมดื่มน้ำหรือน้ำแร่ ระหว่างหรือหลังออกกำลังกายด้วย เพราะนอกจากน้ำแร่จะช่วยทดแทนเหงื่อที่เราสูญเสียไปได้ดีแล้ว ในน้ำแร่โดยทั่วไปจะมี แร่ธาตุที่มีประโยชน์ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียม ซึ่งช่วยเกี่ยวกับการยืดและคลายตัวของกล้ามเนื้อ ช่วยในการเต้นของกล้ามเนื้อหัวใจ รวมถึงช่วยรักษาสมดุลของน้ำในร่างกายให้เป็นปกติอีกด้วย เพราะฉะนั้น อย่าลืมหยิบน้ำแร่ติดตัวไว้ดื่มก่อน ระหว่าง และหลังออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดีของเรา





วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2558


10 ผลไม้เพื่อผิวหน้าที่เปล่งปลั่ง




     หลายคนคงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่า ถ้าอยากผิวสวย ต้อง "วิตามินซี" แต่วิตามินซีเพื่อผิวสวยจะต้องทานอะไรเข้าไป หรือเพียงแค่ใช้มาสก์ผิว และผลไม้อะไรที่มีวิตามีนซีสูงบ้าง แล้วจริง ๆ วิตามินซีทำไมถึงทำให้ผิวพรรณของเราสวยได้

ประโยชน์ของวิตามินซีกับผิวพรรณ

     วิตามินซี หรือชื่อเต็มว่า Ascobic Acid เป็นวิตามินที่มนุษย์ไม่สามารถสร้างได้เอง จำเป็นต้องได้รับจากการทานเข้าไป มีหน้าที่หลัก ๆ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งจะป้องกันร่างกายจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเกิดจากขบวนการในร่างกาย หรือจากมลพิษ สิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา ซึ่งจะทำให้เซลล์ต่าง ๆ เสื่อม หรืออาจเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ที่ผิดปกติได้ วิตามินซียังทำหน้าที่เป็นตัวช่วยในขบวนการต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น การสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อเกี่ยวกับผิวหนัง และของเส้นเลือดให้แข็งแรง ไม่เปราะ ยืดหยุ่นได้ดี และยังช่วยลดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีผิว ดังนั้นจึงช่วยในการลดริ้วรอย ด่างดำ รอยสิวต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยปรับสีผิวที่คล้ำจากแสงแดดให้ดูกระจ่างใสขึ้น โดยจะต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและมีความต่อเนื่องสม่ำเสมอ

     ซึ่งผลไม้เนี่ยแหล่ะ ที่จะเป็นแหล่งของวิตามินซี ที่ทุกคนควรจะรับทราบและหมั่นบริโภคเข้าไป เพื่อให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง สวยใส ด้วยธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องพี่งสารเคมีแต่อย่างใด แล้วผลไม้ที่มีวิตามินซี คือชนิดไหนบ้าง..? มาดูกันค่ะ 



1. ส้ม (ORANGE)
         
     ส้มอุดมไปด้วยเส้นใยธรรมชาติ วิตามินซี เกลือแร่ และคอลลาเจนสูงทำให้ผิวพรรณมีความยืดหยุ่น และมีน้ำมีนวล เปล่งปลั่ง ชุ่มชื้นขึ้น โดยนวดเปลือกส้มแล้วสับให้ละเอียด จากนั้นนำไปทาบริเวณใบหน้า คอ และไหล่แล้วปิดทับด้วยผ้าบาง ๆ ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เสร็จแล้วใช้ครีมบำรุงผิวตามปกติ สูตรนี้จะช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิวหน้าได้มากเลยทีเดียว หรือผสมเนื้อส้ม 1 ผล กับ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย นำมาปั่นรวมกับโยเกิร์ต โดยไม่ต้องปั่นระเอียดมากนัก นำส่วนผสมที่ได้มาพอกให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบดวงตาและริมฝีปากเอาไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก





2. แอปเปิ้ล (APPLE)
     แอปเปิ้ล อุดมไปด้วยเพคตินที่ช่วยทำให้เล็บแข็งแรง ซึ่งจะมีวิตามินซีที่สามารถช่วยให้ผิวพรรณสวย เปล่งปลั่ง และยังเป็นผลไม้ที่ทานแล้วไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย โดยนำแอปเปิลไม่ปอกเปลือก 1 ผล น้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนโต๊ะ นำมาปั่นให้ละเอียดพอกให้ทั่วใบหน้าที่ล้างสะอาดแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกทำเป็นประจำ สัปดาห์ละครั้งแอปเปิลจะช่วยดูดซับสิ่งสกปรกที่อุดตันตามรูขุมขนและลดเลือนจุดด่างดำ ส่วนน้ำผึ้งช่วยให้หน้านุ่มเนียนกระจ่างใสขึ้น



3. สตรอว์เบอร์รี (STRAWBERRY)
     วิตามินซีที่อุดมอยู่ในผลสตรอว์เบอร์รี รวมถึงวิตามินเอ ฟอสฟอรัส แคลเซียม แถมด้วยกรด Ascorbic acid ซึ่งสามารถช่วยบำรุงเซลล์เม็ดเลือดแดง เพียงรับประทานสตรอว์เบอร์รีสดทุกวัน ก็จะทำให้ผิวพรรณของสาว ๆ ก็จะเรียบเนียนเปล่งปลั่ง ช่วยชะลอความชรา และการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร โดยนำสตรอว์เบอร์รี 3-4 ผล โยเกิร์ต 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ บดสตรอเบอร์รีให้ละเอียด เติมโยเกิร์ต และน้ำผึ้งลงไปเพื่อให้เป็นส่วนผสมข้น ๆ ทาลงบนใบหน้าและลำคอที่ทำความสะอาดแล้ว ยกเว้นรอบบริเวณดวงตาทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด โยเกิร์ตจะช่วยสร้างความสมดุลให้ผิวในขณะที่สตรอเบอร์รีช่วยทำความสะอาดและกำจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพทำให้ผิวจะกระจ่างใสและสดชื่น




4. สับปะรด (PINEAPPLE)
     อุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ อันได้แก่ วิตามินซี เบต้าแคโรทีน และแมงกานีสที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระที่จะทำลายโครงสร้างของเซลล์ผิวหนัง กินบ่อย ๆ จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ดีอีกด้วย โดยผสมน้ำสับปะรด น้ำผึ้ง น้ำสะอาดคนให้เข้ากัน พอกให้ทั่วบริเวณใบหน้ายกเว้นบริเวณปากและดวงตาทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออก สับปะรดช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้ว ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง กระจ่างใส และลดการอักเสบของผิวได้สับปะรดเป็นผลไม้ที่มีวิตามิน A วิตามิน C สูงช่วยต้านอนุมูลอิสระและมีเกลือแร่อีกหลายชนิดช่วยทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น




5. ทับทิม (RUBY)
     ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานที่อัดแน่นไปด้วยวิตามินเอ ซี อีสูง ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นด้านการเสริมสร้างผิวสวย กระจ่างใส ทั้งยังช่วยการทำงานของหัวใจได้เป็นอย่างดี ใครอยากมีผิว6ขาวสวย หัวใจแข็งแรง แนะนำให้ลองดื่มน้ำทับทิมวันละ 1 แก้วรับรองผิวพรรณสวยขึ้นแน่นอน หรืออาจใช้มาสก์สำเร็จที่สกัดมาจากทับทิมก็ได้ค่ะ



6. มะเขือเทศ (TOMATOES)
     จะช่วยชะลอวัยให้อ่อนเยาว์ และยังช่วยป้องกันความเสื่อมของเซลล์ผิวได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะทานเล่น ๆ หรือปั่นเป็นน้ำผล ไม้ทานก็ดีต่อสุขภาพผิวเช่นกัน หรือมาสก์ โดยการผสมน้ำมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำมะนาวสด 2-4 หยด แล้วใช้สำลีชุบน้ำมะเขือเทศกับมะนาวที่ผสมไว้บนผิวบริเวณที่ต้องการ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วใช้น้ำอุ่นเกือบเย็นล้างออกเพื่อทำให้รูขุมขนหดตัวลงและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น




7. มะนาว (LEMON)
     เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ซึ่งวิตามินซีที่ว่านี้ก็จะช่วยให้สาว ๆ นั้นมีผิวพรรณที่นุ่มเนียนสดใส และเปล่งปลั่งด้วย โดยผสมน้ำมะนาวครึ่งลูกและดินสอพอง 4-5 เม็ด นำดินสอพองและมะนาวมาผสมให้เข้ากัน จะได้ครีมที่เหนียวข้น พอกทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาทีก่อนเข้านอน และล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำสัปดาห์ละประมาณ 3 – 4 ครั้ง จะทำให้หน้าใสมากขึ้น หรือผสมน้ำมะนาว 1 ช้อนชา และน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ นำส่วนผสมมาคนให้เข้ากัน ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแค่อาทิตย์ละ 1 ครั้ง ก็จะทำให้ใบหน้าอ่อนวัย ใส่เปล่งปลั่งค่ะ



8. ฝรั่ง (GUAVA)
     มีวิตามินซีมาก รวมถึงมีวิตามินเอและโพแทสเซียมในปริมาณสูง ช่วยขับสารพิษจนทำให้ผิวมีสุขภาพดีไร้ริ้วรอยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย โดยนำเนื้อฝรั่งมาบดให้ละเอียด แล้วพอกหน้า จะช่วยป้องกันผิวเหี่ยวย่น วิธีแก้จุดสัมผัสที่หยาบกร้าน ถ้าคุณมีผิวที่กร้านจากการสัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ ตลอดเวลาทำให้ผิวหนังแห้งสากได้



9. แตงโม (watermelon)
     มีทั้งแร่ธาตุและวิตามินหลากหลายชนิดที่มีอยู่มากมาย ช่วยบำรุงผิวพรรณของสาว ๆ ช่วงล้างไต และของเสียขับปัสสาวะในร่างกาย สามารถมาสก์ได้ โดยนำแตงโมมาฝานให้เป็นชิ้นบาง ๆ จากส่วนที่แดงที่สุด จากนั้นให้นำชิ้นแตงโมเหล่านั้นมาแปะให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด



10. อะโวคาโด (AVOCADO)
     เพราะในผลไม้ชนิดนี้มีวิตามิน เอ ซี อี ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ และสารแอนตี้ออกซิเดนท์อย่าง วิตามิน B1 B2 B6 โดยนำอะโวคาโดสดครึ่งลูกผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา แล้วมาสก์หน้าทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำธรรมดา จะทำให้ผิวหน้ากระชับตึง เฟิร์มขึ้นค่ะ